เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ก้าวสู่ปีที่ 7ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี เติบโตเคียงข้างสังคมไทย
กรุงเทพฯ, 23 มีนาคม 2569 — เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย ฉลองครบรอบ 7
ปีก่อตั้งบริษัท โดยตลอด 7 ปีที่ผ่านมา เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ยึดมั่นในพันธกิจ
“มุ่งเน้นที่ลูกค้าโดยมีประสิทธิภาพเป็นรากฐาน”
โดยใช้โครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะและเครือข่ายโลจิสติกส์ดิจิทัล
เพื่อมอบบริการด้านโลจิสติกส์แบบครบวงจร เชื่อมต่อโลกอย่างมีประสิทธิภาพ
และสร้างประโยชน์ให้แก่ทั่วโลกผ่านโลจิสติกส์
เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ เจแอนด์ที
เอ็กซ์เพรส ได้เพิ่มการลงทุนทั้งในด้านขนาดการดำเนินงานและโครงสร้างพื้นฐาน
ปัจจุบันศูนย์คัดแยกพัสดุในประเทศไทยมีพื้นที่รวมมากกว่า 450,000 ตารางเมตร
โดยมีความสามารถในการคัดแยกพัสดุต่อวันมากกว่า 20 ล้านชิ้น บุคลากรรวมกว่า 80,000
คน และมีลูกค้าพันธมิตรเกือบ 200,000 ราย
สร้างเครือข่ายขนส่งที่ครอบคลุมทั่วประเทศ
รองรับความต้องการโลจิสติกส์ทุกรูปแบบอย่างมั่นคง
ด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง
ระบบอัตโนมัติชั้นนำ เครือข่ายบริการครอบคลุม
และการส่งมอบประสบการณ์ที่สะดวกสบายแก่ลูกค้า เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส
ไม่เพียงสร้างมาตรฐานใหม่ในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ไทย
แต่ยังได้รับการยอมรับจากตลาดและผู้บริโภคอย่างสูง กลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักของตลาดโลจิสติกส์ไทย
ด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่ครอบคลุม
ระบบอัตโนมัติระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม เครือข่ายด้านบริการที่กว้างขวาง
และประสบการณ์ลูกค้าที่มีคุณภาพสูงและสะดวกสบาย เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส
ไม่เพียงแต่สร้างมาตรฐานในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ของไทยเท่านั้น
แต่ยังได้รับการยอมรับอย่างสูงจากตลาดและผู้บริโภค และค่อยๆ
กลายเป็นกำลังสำคัญในภาคโลจิสติกส์ของประเทศ
ปี 2568: หมุดหมายสำคัญของการเติบโต
เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย
ปี 2568 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการเติบโต
บริษัทมีอัตราการเติบโตทางธุรกิจต่อเนื่องด้วยอัตราที่สูงกว่า 40%
ติดต่อกันเป็นปีที่ 4 ครองตำแหน่งผู้นำส่วนแบ่งการตลาด
ซึ่งช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งในตลาดยิ่งขึ้น
เพื่อตอบสนองต่อแผนพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและสังคมของประเทศไทย
(พ.ศ. 2561–2580) บริษัทได้เพิ่มการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ดิจิทัล
เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการจัดส่งในช่วงปลายทาง (Last-mile Delivery)
ในปี 2568 เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส
เป็นผู้ให้บริการรายแรกในประเทศไทยที่นำระบบคัดแยกและลำเลียงอัตโนมัติระดับอุตสาหกรรมมาใช้ในเครือข่ายการจัดส่งช่วงปลายทาง
การยกระดับสู่ระบบอัจฉริยะอย่างครบวงจรนี้
ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดต้นทุนในทุกขั้นตอนอย่างมีนัยสำคัญ
แต่ยังเสริมความเสถียรของบริการ
ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าในระยะยาว
ในด้านการขยายเครือข่ายบริการ เจแอนด์ที
เอ็กซ์เพรส ยังคงมุ่งเน้นความสะดวกสบายของลูกค้าเป็นสำคัญ โดยปัจจุบันมีร้านค้า
J&T Home มากกว่า 6,500 แห่ง และสถานีเทอร์มินัลมากกว่า 1,000 แห่ง
อีกทั้งยังขยายจุดรับ-ส่งพัสดุไปยังพื้นที่ที่มีอัตราการใช้งานสูง เช่น มหาวิทยาลัย
ร้านสะดวกซื้อ และสถานีบริการน้ำมัน
เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น
นอกจากนี้
เพื่อให้สอดคล้องต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปในยุคดิจิทัล ในปี 2569
เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ได้เปิดตัวบริการ “Scan to Pick Up”
บริการเข้ารับพัสดุถึงบ้าน เพียงสแกน QR Code
ก็สามารถเรียกพนักงานเข้ารับพัสดุได้ทุกที่ ทุกเวลา ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายแก่ผู้ใช้บริการ
สะท้อนถึงการยกระดับระบบจัดสรรงานและเส้นทางขนส่งให้มีความอัจฉริยะ
และปรับให้เหมาะกับผู้ใช้บริการแต่ละรายได้ดียิ่งขึ้น
เดินหน้าสู่ความยั่งยืน
เติบโตเคียงข้างสังคมไทย
ในฐานะบริษัทขนส่งชั้นนำของประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ได้สร้างอาชีพในประเทศไทยราว 80,000 ตำแหน่ง
โดยยึดมั่นในแนวคิด “เติบโตเคียงข้างชุมชน และมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม”
โดยนอกเหนือจากการดำเนินธุรกิจหลัก บริษัทยังได้ต่อยอดความเชี่ยวชาญไปสู่การพัฒนาสังคมในหลากหลายมิติ
ทั้งด้านการศึกษา สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาอุตสาหกรรม
ในปี 2568
บริษัทได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยขอนแก่นจัดตั้งทุนการศึกษา
เพื่อสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาแก่นักศึกษารวม 30 ราย
อีกทั้งยังร่วมมือกับสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์
เปิดโอกาสให้นักศึกษาสาขาโลจิสติกส์กว่า 70 ราย
เข้าเยี่ยมชมและเรียนรู้การทำงานจากสถานประกอบการจริง
ด้านสังคมและชุมชน เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ร่วมกับ
มูลนิธิกระจกเงา มอบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แก่โรงเรียนที่ขาดแคลน
รวมถึงให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่ในภาคใต้
โดยจัดส่งสิ่งของจำเป็น อาทิ อาหาร น้ำดื่ม และเสื้อผ้า
ด้านสิ่งแวดล้อม
บริษัทมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยในปี 2568
บริษัทได้ร่วมกับกรมป่าไม้ ในการดูแลและติดตามการเติบโตของพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ
ป่าแควระบมและป่าสียัดที่ 19 ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 10 ปี
นอกจากนี้ เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส
ยังเป็นหนึ่งในผู้ริเริ่มใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น
ถุงรักษ์โลกแบบใช้ซ้ำได้ ถุงกันน้ำย่อยสลายได้ เทปกาวย่อยสลายได้
และระบบใบปะหน้าพัสดุดิจิทัลแบบหน้าเดียว ปัจจุบัน
ถุงรักษ์โลกแบบใช้ซ้ำได้ถูกนำมาใช้ครอบคลุมเส้นทางขนส่งหลักถึง 100%
สำหรับการจัดส่งในระยะสุดท้าย
บริษัทได้เริ่มใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในปี 2568
โดยใช้พลังงานสะอาดเพื่อทดแทนการขนส่งที่ใช้เชื้อเพลิงแบบดั้งเดิม
ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุนการดำเนินงาน
เพื่อให้การขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกลายเป็นมาตรฐานใหม่
นอกจากนี้
ด้วยการใช้จุดแข็งด้านเครือข่ายโลจิสติกส์ที่ครอบคลุมและความสามารถในด้านบริการระดับมืออาชีพ
เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส
ได้ริเริ่มโครงการความร่วมมือและการสนับสนุนที่มุ่งเน้นการพัฒนาและยกระดับอุตสาหกรรมของประเทศไทยหลายโครงการ
โดยในปี 2568 เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส
ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เปิดตัวโครงการ J&T Suppports Local Farmers
สนับสนุนเกษตรกรไทยด้วยส่วนลดค่าบริการจัดส่ง
โดยมีจุดประสงค์ลดต้นทุนการขนส่งแก่เกษตรกร
อำนวยความสะดวกในด้านบริการจัดส่งผลไม้สดในประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
และช่วยขยายช่องทางการจำหน่ายผลผลิต ในขณะเดียวกัน บริษัท
ยังได้ร่วมมือกับสมาคมทุเรียนไทยและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
(สสส.)
เพื่อแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านการจัดการโลจิสติกส์สินค้าเกษตรขั้นสูง
ช่วยสร้างมาตรฐานและควบคุมโลจิสติกส์สินค้าเกษตรในประเทศ
และเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันของสินค้าเกษตรให้เติบโตในตลาดที่กว้างขึ้น
Ms. Winni Li ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด
เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส กล่าวว่า “การเป็นองค์กรที่เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนได้นั้น
ขึ้นอยู่กับการขับเคลื่อนประสิทธิภาพและการพัฒนาอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน
เราไม่เพียงให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้
เพื่อยกระดับประสิทธิภาพของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ในประเทศไทยเท่านั้น
แต่ยังสามารถเติบโตและพัฒนาไปพร้อมกับสังคมไทยผ่านการบริหารจัดการที่สอดคล้องต่อแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อม
สังคม และการบริหารจัดการองค์กร”
ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา เจแอนด์ที
เอ็กซ์เพรส
ขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าและความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างยั่งยืน
ด้านการขนส่งในประเทศ บริษัทได้ทำหน้าที่เชื่อมโยงการขนส่งระหว่างภูมิภาค
ซึ่งช่วยส่งเสริมการเติบโตของอีคอมเมิร์ซ ขณะที่การขนส่งหว่างประเทศ
บริษัทได้ใช้ศักยภาพด้านโลจิสติกส์ระหว่างประเทศและพิธีการทางศุลกากรในการเชื่อมโยงสินค้าไทยสู่ตลาดอาเซียนและตลาดโลก
ในอนาคต เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส
จะยังคงเดินหน้าลงทุนด้านเทคโนโลยีควบคู่กับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม
เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ไทยสู่ความอัจฉริยะ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
โดยมุ่งเน้นผู้ใช้บริการเป็นศูนย์กลาง
พร้อมสร้างระบบนิเวศโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ สะดวกสบาย และยั่งยืนยิ่งขึ้น
เพื่อร่วมผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศไทยอย่างยั่งยืน
--------------
เกี่ยวกับ เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส
เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส (HKEX: 1519)
เป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์ขนาดใหญ่ระดับโลก ทำธุรกิจให้บริการขนส่งพัสดุด่วน
ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว
และได้รับความนิยมเป็นอย่างดีในเอเชียตะวันออกเอียงใต้และจีน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี
2558 ปัจจุบันมีเครือข่ายครอบคลุม 13 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย เวียคนาม มาเลเซีย
ฟิลิปปินส์ ไทย กัมพูชา สิงคโปร์ จีน ชาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
เม็กซิโก บราชิล และอียิปต์ เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ยึดมั่นในพันธ กิจ
"มุ่งเน้นที่ลูกค้า โดยมีประสิทธิภาพเป็นรากฐาน" โดยมุ่งให้บริการด้วยโซลูซันโลจิสติกส์แบบครบวงจร
ผ่านโครงสร้างพื้นฐานและเครือข่ายโลจิสติกส์ดิจิทัลที่มีความชาญฉลาด
เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและคุณประโยชน์ทางโลจิสติกส์สู่สังคมโลก
ติดตามข่าวสารและกิจกรรมต่างๆ
ของ เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย ผ่านทาง
เว็บไซต์: www.jtexpress.co.th
เฟสบุ๊ค: J&T Express Thailand
อินสตาแกรม: @jntexpressth
เอ็กซ์: @jntexpressth
ติ๊กต๊อก: @jntexpressth
และแอปพลิเคชัน
J&T Thailand รวมถึงสอบถามข้อมูลผ่านทาง Call center ที่เบอร์ 1470
--------------